ประวัติ

ศูนย์แพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

         นับแต่อดีตจนปัจจุบัน ภาวะภัยพิบัติในประเทศไทยทั้งที่เกิดจากภัยธรรมชาติและภัยที่มนุษย์ทำขึ้นได้สร้างความสูญเสียอย่างมากต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนเป็นอันมากซึ่งผลการประเมินของธนาคารโลกเมื่อ พ.ศ.2548 ประเทศไทยมีพื้นที่เสียงต่อภัยธรรมชาติร้อยละ 47.8 แต่ก็มีประชากรอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวร้อยละ 70.1 และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจากพื้นที่ดังกล่าวถึงร้อยละ 81.2 จึงเป็นประเทศที่มีโอกาสเกิดภัยพิบัติบนฐานความเสี่ยงทางเศรษฐกิจต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจากภัยธรรมชาติเป็นลำดับที่ 13 ของโลก

          พระบาทสมเด็จประปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงเป็นห่วงผู้ประสบภัยพิบัติและฉุกเฉินเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2506 เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยและให้มีการป้องกันสาธารณภัยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ และยังได้ทรงเล็งเห็นความยากลำบากของราษฎรที่ประสบภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินในเขตเมืองซึ่งมีการจราจรหนาแน่น ทำให้เดินทางไปรับการรักษาพยาบาลในกรณีฉุกเฉินไม่ทันท่วงทีด้วย จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้แก่กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้จัดตำรวจจราจรเข้ารับการฝึกอบรมและเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยทุกกรณีตลอดจนนำหญิงใกล้คลอดส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว เมื่อ พ.ศ. 2536 กับทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุน “มูลนิธิอานันทมหิดล” ให้แพทย์ไปศึกษาต่อต่างประเทศในวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน จนกระทั่งได้มีการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉินขึ้นมาในประเทศไทยจนมาถึงปัจจุบัน

          นอกจากนั้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก็ได้ทรงพบเห็นความยากลำบากของราษฎรในชนบทห่างไกลที่เจ็บไข้ได้ป่วยว่าไม่ได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์เท่าที่ควร เนื่องจากการเดินทางยากลำบาก บางครั้งต้องรอจนอาการหนัก จึงเดินทางมารักษาในโรงพยาบาลจังหวัด บางครั้งอาการก็หนักเกินกว่าจะรักษา หรือโรคที่ไม่ได้เจ็บป่วยมากมายกลับเรื้อรังจนต้องพิการทุพพลภาพ เมื่อเกือบ 50 ปีก่อน จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกิจการแพทย์อาสาและดำเนินงาน “หน่วยแพทย์ทางวิทยุ” ครั้งแรกในประเทศไทยขึ้นตามแนวทางการปฏิบัติของ The Royal Flying Doctor Service of Australia ด้วยทรงเห็นว่าเป็นงานที่จะอำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารไกลคมนาคมให้ได้รับการรักษาพยาบาลทันต่อเหตุการณ์และต่อเนื่อง และ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ก็ได้ทรงสืบสานพระราชปณิธานและดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วยการเสด็จออกช่วยเหลือราษฎรที่เจ็บป่วยและประสบภัยพิบัติด้วยพระองค์เองตลอดมา

          นอกจากนี้ ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีสถาบันใดที่เป็นทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการวิจัยและวิชาการขั้นสูง และจัดการศึกษารวมทั้งให้บริการทางวิชาการและวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมการแพทย์ และการสาธารณสุขในด้านการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติโดยเฉพาะ ประกอบกับการเกิดขึ้นของประชาคมอย่างเป็นทางการ ใน พ.ศ. 2558 ได้มีการกำหนดให้การจัดการสุขภาพในภาวะภัยพิบัติเป็นวาระหนึ่งในการพัฒนาด้านสาธารณสุขของอาเซียน (ASEAN Post-2015 Health Development Agenda) โดยที่ประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนในเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 ได้มอบหมายให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการดำเนินการ และเพื่อให้เกิดความร่วมมือและการสนับสนุนจากผู้นำทุกประเทศในการพัฒนาระบบสุขภาพในภาวะภัยพิบัติของภูมิภาคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงได้ผลักดันให้มี “ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการจัดการสุขภาพในภาวะภัยพิบัติ (ASEAN Leader’s Declaration on Disaster Health Management)” ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่ง ได้แก่ การสร้างเครือข่ายนักวิชาการด้านการแพทย์ภัยพิบัติในภูมิภาค รวมทั้งให้มีการจัดตั้ง “ศูนย์ฝึกอบรมด้านการแพทย์ภัยพิบัติแห่งภูมิภาคอาเซียน” (Regional Disaster Health Training Center) เพื่อสร้างเสริมองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพคนอย่างยั่งยืน

          ดังนั้น เพื่อให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามนัยมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2559 รวมทั้งสืบสานพระราชปณิธานแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระปณิธานของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธานสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และองค์ประธานผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่ทรงห่วงใยและมีพระประสงค์ที่จะให้พสกนิกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จึงเห็นเป็นโอกาสที่จะดำเนินโครงการ “ศูนย์แพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ขึ้น เพื่อสนองพระปณิธานและน้อมเกล้าฯ ถวายในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 60 พรรษา วันที่ 4 กรกฎาคม 2560